ลวดเชื่อมทังสเตน (Tungsten Electrode) ถือเป็นหัวใจของงานเชื่อมแบบ TIG (Tungsten Inert Gas) ที่ต้องการความแม่นยำสูง โดยเฉพาะเมื่อต้องเชื่อมวัสดุที่บางหรือมีคุณสมบัติพิเศษ เช่น สแตนเลส อะลูมิเนียม หรือโลหะผสมต่าง ๆ ซึ่งหนึ่งในปัจจัยที่มีผลต่อคุณภาพงานเชื่อมคือ “ขนาดของลวดเชื่อมทังสเตน” ที่ใช้
ขนาดที่เหมาะสมจะช่วยให้เชื่อมได้เรียบเนียน ละลายโลหะได้พอดี และควบคุมกระแสไฟได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนขนาดที่ไม่เหมาะอาจทำให้รอยเชื่อมไหม้ ขาด หรือเสียรูปได้ง่าย
ขนาดลวดเชื่อมทังสเตนที่พบได้ทั่วไป
ก่อนเลือกใช้งาน มาทำความรู้จักขนาดลวดที่ใช้กันบ่อยในตลาด
- 1.0 มม. (3/64″)
สำหรับงานเชื่อมขนาดเล็กหรือชิ้นส่วนที่บางมาก เช่น เครื่องประดับ หรือแผ่นโลหะบาง - 1.6 มม. (1/16″)
ขนาดยอดนิยม ใช้ได้หลากหลาย เหมาะกับงานทั่วไป เช่น ราวสแตนเลส โครงเหล็กบาง - 2.4 มม. (3/32″)
สำหรับงานที่ใช้กระแสไฟแรงขึ้น เช่น เชื่อมโครงสร้างที่หนา หรือโลหะหลายชั้น - 3.2 มม. (1/8″)
เหมาะกับงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่หรือชิ้นงานที่ต้องใช้กระแสไฟสูง เช่น งานโครงเหล็ก หนาเกิน 6 มม.
วิธีเลือกขนาดลวดเชื่อมทังสเตนให้ตรงกับงานที่ทำ
การเลือกขนาด ลวดเชื่อมทังสเตน ไม่ได้อ้างอิงแค่ความหนาของชิ้นงานเท่านั้น แต่ต้องพิจารณาหลายปัจจัยร่วมกัน เช่น ประเภทของโลหะ กระแสไฟที่ใช้ และความแม่นยำที่ต้องการ
พิจารณาจากความหนาของวัสดุที่เชื่อม
- โลหะบาง เช่น อะลูมิเนียม 1–2 มม. → ใช้ลวดขนาด 1.0–1.6 มม.
- งานทั่วไปที่มีความหนา 2–4 มม. → ใช้ลวดขนาด 1.6–2.4 มม.
- งานหนักหรือชิ้นส่วนหนาเกิน 5 มม. → เลือกลวดขนาด 2.4–3.2 มม.
ดูจากกระแสไฟที่ใช้
- ขนาดของลวดส่งผลต่อระดับกระแสไฟที่รับได้ ลวดเล็กเกินไปอาจไหม้เมื่อใช้กระแสสูง
- ขนาด 1.6 มม. รองรับกระแสประมาณ 50–150 แอมป์
- ขนาด 2.4 มม. รองรับได้ประมาณ 150–250 แอมป์
ความสะดวกในการควบคุมงาน
- งานละเอียด เช่น รอยเชื่อมที่ต้องสวย → ลวดเล็ก ควบคุมได้ง่าย
- งานโครงสร้างที่ต้องทนแรง → ลวดใหญ่ ให้เนื้อเชื่อมแน่นและแข็งแรง
เคล็ดลับเล็ก ๆ ก่อนใช้งานลวดเชื่อมทังสเตน
- ลับปลายลวดให้แหลมพอดี จะช่วยควบคุมอาร์คได้แม่นยำขึ้น
- ตรวจสอบสีปลอกลวด (เช่น สีแดง เทา เขียว) เพราะแต่ละสีบอกถึงส่วนผสมและการใช้งานที่เหมาะสม
- เลือกใช้กับหัวเชื่อมและแก๊สที่เหมาะสม เช่น อาร์กอน (Argon) สำหรับงานทั่วไป
สรุป
การเลือกขนาด ลวดเชื่อมทังสเตน ให้เหมาะสมไม่ใช่เรื่องยาก หากพิจารณาจากประเภทของงาน ความหนาโลหะ และกระแสไฟที่ใช้ ขนาดลวดที่ถูกต้องจะช่วยให้เชื่อมง่าย รอยเชื่อมเรียบ และลดความเสียหายจากความร้อนส่วนเกิน
การลงทุนในลวดที่เหมาะสม ย่อมคุ้มกว่าการเสียเวลาแก้งานซ้ำ เพราะฉะนั้นอย่ามองข้ามเรื่องเล็ก ๆ ที่ส่งผลใหญ่กับคุณภาพงานเชื่อมนะครับ
